ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ได้มีหญิงสาวชาวโคราชรายหนึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กโดยอ้างว่า ตนเองนั้นถูกผู้ชายระดับผู้อำนวยการของสำนักงานประกันชีวิตแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมาลวนลาม โดยในโพสต์ได้อ้างว่าตนได้สมัครเข้าทำงานในบริษัทประกันแห่งนี้ในตำแหน่งฝ่ายบุคคลก่อนที่ผู้อำนวยการคนนี้จะมีการนัดสัมภาษณ์ พอสัมภาษณ์เสร็จก็มีการเปลี่ยนให้ตนนั้นไปทำงานเป็นเลขาฯส่วนตัวแทน และเมื่อวันอังคารที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างขับรถไปหาลูกค้าที่อำเภอโนนสูงก็ได้ถูก ผอ.คนนี้ดึงไปกอด ก่อนที่ขากลับจะแวะมากินข้าวที่โรงแรมแห่งหนี่งและก็ถูกทำในลักษณะเดียวกันอีก โดยภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกโพสต์ออกไปก็ทำให้มีคนเข้ามาแชร์กันและแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางคอมเมนต์ก็มีการอ้างว่าตนเองนั้นก็ถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวด้วยเช่นกัน
ล่าสุดวันนี้ (25 ส.ค.65) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหายที่อ้างว่าถูกผู้อำนวนการสำนักงานประกันแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมาลวนลาม โดย น.ส.เอเปิดเผยว่า ได้หางานผ่านทางเว็บไซต์เว็บหนึ่งและได้กรอกรายละเอียดเพื่อจะสมัครงานที่บริษัทแห่งนี้ โดยได้มีการนัดสัมภาษณ์งานกันในวันศุกร์ แต่ตนไม่ว่างจึงได้นัดกันอีกทีในวันเสาร์ช่วงหัวค่ำ ซึ่งทาง ผอ.คนนี้ก็โอเค พอถึงเวลานัดตนเองก็เดินทางไปกับแฟนโดยให้แฟนรออยู่ที่รถตนจึงขึ้นไปสัมภาษณ์งาน
โดยทาง ผอ.ได้บอกกับตนว่าวันจันทร์ให้มาเริ่มงานได้เลยในตำแหน่งเลขาฯส่วนตัว พอถึงวันจันทร์ก็ได้ไปเริ่มงานตามปกติ ซึ่งทาง ผอ.ก็ไม่ได้เรียกรับเอกสารการสมัครงานจากตนเพิ่มเติมมีเพียงแต่ให้เซ็นสัญญาการจ้างงาน โดยในสัญญายังระบุด้วยว่าถ้าออกงานก่อนกำหนดจะถูกปรับเงิน 5,000 บาท โดยในวันจันทร์ระหว่างออกไปพบลูกค้าทาง ผอ.คนนี้ได้มีการพูดจาชมตนตลอดว่าสวย เก่ง ดูดีและชมอื่นๆ อีกมากมายพร้อมบอกกับตนว่ารู้สึกดีกับตนนะ ชอบเรานะ และ ผอ.ได้บอกให้นวดแขนให้ ก็นวดให้สักพักหนึ่ง แล้วก็พอ ซึ่งทุกอย่างผ่านไปจนขับรถถึงออฟฟิศตนก็กลับบ้าน โดยในใจคิดแล้วว่าทำงานต่อดีหรือไม่หรือจะพอแค่นี้ ซึ่งก็ได้มีการปรึกษากับแฟนก็สรุปคำตอบที่ได้คือ พอ เพราะว่าอึดอัดกับคำพูด ผอ.คนนี้มาก
ซึ่งวันอังคารได้โทรไปหา ผอ.ก่อนที่จะเข้าออฟฟิศ พร้อมกับบอกว่าจะขอลาออกจากงาน ทาง ผอ.จึงถามเหตุผลและทำเหมือนไม่อยากให้ออก ตนก็เลยถามต่อว่า สามารถออกได้เลย หรือต้องทำงานวันนี้อีก 1 วัน ทาง ผอ.จึงบอกกลับมาว่าทำวันนี้อีก 1 วันนะ ซึ่งก็ตกลงวันสุดท้าย ซึ่งสาเหตุที่ต้องถามก่อนเพราะว่าในท้ายสัญญาระบุไว้ว่าถ้าลาออกไม่บอกล่วงหน้าจะปรับเงิน 5,000 บาท
พอหลังจากได้พูดคุยเรื่องลาออกแล้วตนก็ได้มีการนัดลูกค้าไว้ที่อำเภอโนนสูง 2 ราย แต่ลูกค้าไม่สะดวกที่จะมาพบตนและทาง ผอ. และในระหว่างขากลับ ผอ.ทั้งดึงไปกอด ทั้งดึงมือไปจับ ระหว่างทางขับรถ เมื่อตนเห็นท่าว่าไม่ดีขึ้น จึงหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโอเอาไว้โดยคว่ำหน้าจอโทรศัพท์บนตักและใช้กล้องหลังของโทรศัพท์ในการถ่ายเพื่อไม่ให้ทาง ผอ.รู้ตัว
หลังจากนั้นทาง ผอ.ได้พูดกับตนว่า “พอรู้ว่าเราลาออกเค้าก็ไม่มีฟีลทำงานเลย” พอขับรถมาได้สักครู่ทาง ผอ.ก็ได้มีการชวนตนไปกินข้าวที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยในระหว่างทางไปโรงแรมตนก็ได้คุยไลน์กับทางแฟนและแจ้งความเคลื่อนไหวตลอด พอถึงโรงแรมก็ได้มีการเดินไปที่โต๊ะอาหารตนเห็นทาง ผอ.ดึงเก้าอี้ออกมาเหมือนจะนั่งตนเลยเดินอ้อมมาอีกทางเพื่อจะนั่งฝั่งตรงข้าม แต่ทาง ผอ.กลับเดินตามมาเพื่อจะนั่งข้างๆ ตน ระหว่างกินข้าวทาง ผอ.ก็ดึงตนเข้าไปกอด ตนก็พยายามผลักออกตลอด ซึ่งระหว่างกินข้าว ถ้าสังเกต ตนจะนั่งเอียงตัวออกจากเก้าอี้ เพราะไม่อยากให้ตัวติดกันมากไป เมื่อกินข้าวเสร็จก็กลับออฟฟิศ โดยในใจคือดีใจมากๆ คิดว่าถึงออฟฟิศให้ทาง ผอ.โอนค่าแรงแล้วจะรีบกลับบ้านเลย แต่พอถึงหน้าออฟฟิศ ทาง ผอ.กลับพูดว่า “ในใจผมอยากจะขอจูบลาสักครั้ง“ อันนี้ตนอัดคลิปไม่ทัน แต่ก็ตกใจไปสักพักตนเลยบอกว่า อย่าเลยค่ะ แล้วตนก็รีบลง ส่งเลขบัญชีพร้อมขับรถกลับบ้าน
ซึ่งที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กในครั้งนี้เพื่อเป็นการเตือนภัยให้กับผู้หญิงจะเข้าไปสมัครงานกับบริษัทประกันแห่งนี้ ซึ่งหลังจากได้โพสต์ไปก็มีคนแชร์ไปเยอะและมีผู้หญิงหลายคนได้ทักข้อความส่วนตัวมาว่าตนเองก็เคยตกเป็นเหยื่อของการกระทำของ ผอ.คนนี้เช่นกัน บางรายถึงขั้นโดน ผอ.คนนี้เอาเป้ากางเกงมาถูหลัง โดยหลังจากมีคนแชร์ออกไปทาง ผอ.ได้มีการส่งข้อความในเชิงข่มขู่ว่า เดี๋ยวเจอกันในศาล ซึ่งตอนนี้ได้เข้าแจ้งความพร้อมกับลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไว้แล้ว และพร้อมที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายว่า ทางบริษัทประกันดังกล่าวได้มีการออกหนังสือชี้แจงพร้อมกับตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่