นพ.กฤษฎา แพทย์ประจำโรงพยาบาลปธุมเวช ได้ออกมาให้ความรู้หลังตนเองป่วยเป็นมะเร็งไทรอยด์และกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว โดยเผยว่ามะเร็งไทรอยด์ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดสามารถรักษาหายขาดได้ หากพบเร็วและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
วันนี้ (2 เม.ย.) เฟซบุ๊ก “Kritsada Sanguanpong” นพ.กฤษฎา สงวนพงษ์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลปธุมเวช อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ได้ออกมาโพสต์หลังพบว่าตนเองเป็นมะเร็งไทรอยด์ โดยระบุข้อความว่า “รู้ได้ยังไงว่าเป็นมะเร็งไทรอยด์ จริงๆก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่ามีก้อนที่ต่อมไทรอยด์ แต่ด้วยความที่ก้อนมันเล็กมาก คิดว่าเป็น Thyroid nodule ธรรมดา หรือไม่ก็มโนไปเองว่ามีก้อน จนเช้าวันนึงก็คุยส่งเวรตามปกติกับพี่หมอ ER ที่ โรงพยาบาลช่วงนั้นผอมมากด้วย คอเลยยาวเป็นพิเศษ บวกกับเป็นคนตัวสูง พี่เค้าเลยเห็นว่าเวลาเราพูดมันมีก้อนที่ไทรอยด์ พอมีคนอื่นมาทักก็เลยคิดว่าควรไปตรวจจริงจังละ เจาะเลือดดูการทำงานของต่อมไทรอยด์ผลก็ปกติดี ตอนบ่ายเลยให้พี่หมอเอกซเรย์ช่วยทำ ultrasound ให้ ก้อนขนาดประมาณ 2 ซม.กว่าๆ แต่พี่บอกว่าผลไม่ค่อยดีเท่าไหร่ดูเหมือน malignancy (เนื้อร้าย) เลยปรึกษา ENT ทำ FNA (ใช้เข็มเจาะเอาเนื้อไปตรวจ) ดูก่อน ผลก็ก้ำกึ่ง อยู่ตรงกลางระหว่างเนื้อปกติกับ มะเร็ง เลยทำ FNA ซ้ำอีกทีนึง ผลก็เหมือนเดิม คุยกับ อ. ENT อ.ก็ว่างั้นผ่าเลยละกัน จะได้รู้ว่าเป็นอะไรแน่
ผ่ารอบแรก หลังจากท FNA ประมาณ 2 เดือน (ก้อนที่ไทรอยด์โตช้ามาก ถึงแม้จะเป็นเนื้อร้ายก็ตาม) รอบแรกเลยผ่าตัดเฉพาะฝั่งที่มีก้อนก่อน พอผลชื้นเนื้อออกว่าเป็นมะเร็งเลยต้องผ่าซ้ำอีกครั้งนึง เพื่อตัดไทรอยด์ที่เหลือออกให้หมด
ผ่าตัดรอบแรกเจ็บนิดเดียว หลังผ่าตัดชิวมาก กินได้เร็วมาก ถึงจะเจ็บแผลผ่าตัดก็ยังกินเก่ง จำได้เลยว่า ก่อนผ่าตัดรอบที่ 2 หลังรู้ผลชิ้นเนื้อว่าเป็นมะเร็งยังไปวิ่งทั้งๆที่แผลที่คอก็ยังไม่ตัดไหม ผ่ารอบ 2 อาทิตย์ถัดไปเลย รอบนี้หลังผ่าตัดเสียงแหบมาก คิดว่าจะโดน recurrent laryngeal nerve มั้ยนะแต่พอได้เสตียรอยด์ไป เสียงก็ดีขึ้น รู้เลยว่าบวมจากเสตียรอย์เป็นยังไง บวมจนนึกว่านี่ผ่าตัดแค่ 2 วัน Hypothyroid แล้วเหรอออ หลังจากที่ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกจนหมดแล้ว ยังต้องไปทำ iodine ablasion กลืนแร่กำจัดเซลล์ไทรอยด์ที่ ยังหลงเหลืออยู่ให้หมด เพื่อลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำแต่บางคนก็ไม่ต้องกลืนแร่ ขึ้นกับชนิดของมะเร็ง ขนาดของก้อน การรักษาแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ให้ปรึกษาหมอที่ดูแลอยู่ดีที่สุดนะครับ ก่อนกลืนแร่การเตรียมตัวก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก แค่งดอาหารที่มีไอโอดีน (นี่แหละยุ่งยากสุดละ) และก็งดยาโฮโมนไทรอยด์เพื่อให้ TSH > 30 แร่ไอโอดีนที่กลืนจะได้จับกับเซลล์ไทรอยด์ได้ดีขึ้น ช่วงนี้ยิ่งบวมมาก บวมขั้นสุดจริงๆ
เจาะเลือดก่อนไปกลืนแร่คือไม่เหลือฮอร์โมนไทรอยด์อยู่ในตัวแล้ว TSH > 100 ข้อดีของช่วงไอโปไทรอยด์มีข้อเดียวคืออารมณ์เฉื่อยมาก ไม่หงุดหงิดเลยแม่แต่น้อย ไม่เบื่ออาหารด้วย ยังกินเก่งเหมือนเดิม ต้องขอบคุณพ่อครัวหัวป่าที่ทำอาหาร low iodine diet ให้กินทุกวัน น้ำหนักพุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ผมไปกลืนแร่ที่ศูนย์มะเร็งคลอง 10 ใกล้บ้านสะดวก และใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ ไม่เสียตังค์นั่นล่ะ เสียเฉพาะค่าห้องเพิ่มนิดหน่อย เพราะได้อยู่ห้องมีแอร์ แร่ที่กลืนคือไอโอดี 131 เป็นไอโซโทบที่ปล่อยรังสีออกมาได้ มีทั้งแบบน้ำแบบเม็ด แต่ละที่ก็ไม่เหมือนกันเรียกว่ากลืนแร่แต่จริงๆก็เหมือนกินยา 1 เม็ด กลืนลงไปแล้วก็ดื่มน้ำตาม มีขั้นตอนที่ต้องระวังนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำยากอะไร ต้องนอน โรงพยาบาลนานแค่ไหนขึ้นกับปริมาณแร่ที่กลืน ก่อนกลับบ้านก็จะวัดปริมาณรังสีที่แผ่ออกจากตัวก่อน ถ้าอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยเค้าก็จะปล่อยออกมาสู่โลกภายนอก ช่วงนี้ก็ยังมีข้อปฏิบัติอีกเล็กน้อย ต้องแยก ของใช้ มีห้ามโน่นห้ามนี่ เพื่อป้องกันไม่ให้รังสีไปโดนคนอื่น เรื่องบวมไม่ต้องกังวล หลังจากกลับมากินยาฮอร์โมนไทรอยด์ไม่กี่วัน อาการบวมก็ลดลงอย่างชัดเจน ค่าการ ทำงานของตับกับไตก็กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ
มะเร็งไทรอยด์ไม่ได้น่ากลัวอะไร โอกาสหายขาดสูงมาก แค่รักษาตามที่คุณหมอแนะนำ ช่วงที่เป็นมะเร็ง ไทรอยด์มีคนขอแอดมาขายอาหารเสริมรักษาะเร็งไทรอยด์ด้วย บอกว่าหายโดยไม่ผ่าตัด ไม่ต้องกลืนแร่ อยากจะบอกว่าอย่าไปเชื่อคนพวกนี้ แทนที่เราจะหายขาด ทำให้เรายิ่งได้รับการรักษาช้า โอกาสที่มะเร็งจะกระจายก็มากขึ้นด้วย อย่าไปกลัวการผ่าตัด การกลืนแร่ แป๊บเดียวเดี๋ยวมันก็ผ่านไป แล้วเราก็จะกลับมาแข็งแรงได้เหมือนเดิม ตอนนี้หายดีแล้วนะครับ แค่ช่วงโควิดชีวิตมันว่าง เลยมาเล่าให้ฟังเฉยๆ
สำหรับ ใครที่เป็นมะเร็งไทรอยด์ มีกลุ่มที่เพื่อนๆร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์อยู่นะครับ เชิญได้ที่ ชุมชนคนไข้มะเร็งไทรอยด์ Thyroid Cancer Patient Community Of Thailand