“บิ๊กหน่อย” นั่งหัวโต๊ะประชุม กอ.รมน. ย้ำมาตรการป้องกันโควิด-19 พบระบาดในพื้นที่ภาคใต้ กทม. เตรียมจัดชุดลงพื้นที่สร้างการรับรู้ พร้อมขับเคลื่อนแผนตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน พร้อมผุดศูนย์ดิจิทัลเพื่อความมั่นคง กอ.รมน. เพื่อเฝ้าระวัง ติดตามข้อมูลไม่ถูกต้อง
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.64 ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า การประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ 6/2564 โดยมี พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธาน ว่า ในที่ประชุมฯ ศรมน. ได้กำหนดปรับระดับพื้นที่สถานการณ์และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ยังคงพบกลุ่มก้อนการระบาดใหม่ในภาคใต้และภาคกลางโดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้น
“กอ.รมน. ได้ประชุมร่วมกับ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด เพื่อเป็นช่องทางการขยายผลตามข้อกำหนด สร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้มีความเข้าใจเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างถูกต้องปลอดภัยโดยเฉพาะการรับรู้ในเรื่องการแบ่งพื้นที่ควบคุมและมาตรการในด้านต่างๆ โดยยังคงปิดสถานบริการและสถานบันเทิง รวมทั้งงดจำหน่ายและดื่มสุราในร้านอาหารทุกพื้นที่ เว้นพื้นที่เฝ้าระวังสูง”
โฆษก กอ.รมน. เผยด้วยว่า สำหรับการรวมกลุ่มจัดกิจกรรม เช่น การอบรม สัมมนา ได้มีการผ่อนคลายมากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ในส่วนมาตรการเกี่ยวกับการเดินทางยังคงมุ่งเน้นที่การกำกับควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเป็นสำคัญ ทั้งนี้การเดินทางไปราชการในพื้นที่ต่างๆ ของหน่วยงานราชการ สามารถปฏิบัติได้ภายใต้ มาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด พร้อมช่วยกันรณรงค์ปฏิบัติตามมาตรการป้องกับส่วนบุคคลเน้นย้ำการสวมใส่หน้ากากหรือหน้ากากอนามัย รวมถึงการขยายระยะเวลาการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from home) ออกไปตามความจำเป็นและเหมาะสมของหน่วยงาน
พล.ต.ธนาธิป กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กอ.รมน. ขับเคลื่อนแผนตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และการฝึกและทดสอบแผนรักความมั่นคงภายในราชอณาจักรประจำปี 2564 มีเป้าหมายเพื่อจัดทำแผนรองรับภัยคุกคามในระดับตำบลจำนวน 1579 ตำบล เข้าดำเนินการฝึกและทดสอบร่วมกับแผนรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรโดยเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะกรณีต่อประเด็นปัญหาแต่ละพื้นที่ของ กอ.รมน.จังหวัด ซึ่งมีภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่แตกต่างกันตามสภาพพื้นที่หรือกลุ่มจังหวัด
โฆษก กอ.รมน. กล่าวต่อว่า กอ.รมน. ร่วมบูรณาการหน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จังหวัดเลย โดยได้บูรณาการประสานการปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ และ หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ลงตรวจสอบพื้นที่ป่าไม้ ตามที่ได้รับแจ้งจากมวลชนจิตอาสาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และข้อมูลจากสายด่วนความมั่นคง 1374 เรื่องการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่า เพื่อสร้างที่พัก โรงแรม รีสอร์ตในพื้นที่จังหวัดเลย
กอ.รมน. จึงขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบหรือพบเห็นการกระทำความผิดการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าไม้ การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หรือพบเห็นสิ่งผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลเหตุเบาะแสได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วนความมั่นคง กอ.รมน.
ทั้งนี้ พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ เลขาธิการ กอ.รมน. ได้มอบแนวทางในการปฏิบัติงานให้กับ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) รวมทั้ง กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม. ในฐานะ ผอ.รมน. ดังนี้ 1. เรื่องยาเสพติดให้มีการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบตั้งแต่การสกัดกั้นบริเวณแนวชายแดนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ติดยาเสพติดตลอดจนถึงขั้นการบำบัดฟื้นฟู โดยให้มีการลงทะเบียนจำนวนของผู้ติดยาเสพติดเพื่อทราบถึงจำนวนยอด ตลอดจนการเข้ารับการบำบัดรักษาให้หายเป็นปกติ
2. รัฐบาลขอให้ทุกหน่วยงานได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Fake News) ในส่วนของ กอ.รมน. ได้มอบหมายให้ ศูนย์ดิจิทัลเพื่อความมั่นคง กอ.รมน. เป็นหน่วยงานกลางในการเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลข่าวสาร ฝากให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ช่วยกันตรวจสอบเมื่อพบเห็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องขอให้มีการชี้แจง ในข้อเท็จจริงทันที และหากส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยขอให้พิจารณาฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.